| อนุรักษ์ さんのプロフィール:)v;**pooa_rumc3's spaceフォトブログリスト | ヘルプ |
|
8月29日 ปั้นดิน..ให้เป็นบ้าน..สร้างสานพลังใจ
เมื่อต้นเดือนที่ผ่าน (วันที่ 9-10 สิงหาคม ) ได้มีโอกาสไปทำความดีเพื่อมอบให้กับแม่ ....และก็ทำบุญเพื่อสืบทอดทะนุบำรุงพุทธศาสนากับ เพื่อนๆ กลุ่มบ้านดินไทย .......ที่วัดป่าสุคะโต จังหวัดชัยภูมิ ของพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ที่บอกว่าได้ทำบุญเพราะว่าการเดินทางครั้งนี้เราไปสร้างกุฎิดิน สำหรับเป็นที่พักของพระสงฆ์ หรือผู้ปฎิบัติธรรมที่มาพักที่วัด ดังนั้นการเดินทางครั้งนี้ก็ได้บุญแบบ 2 เด้งเลย การได้ไปทำบ้านดินครั้งนี้พึ่งรู้ซึ้งถึงการทำงานแบบสองมือสองเท้าก็คราวนี้หละ เพราะว่าเราต้องใช้มันทั้งสองอย่างหนักจริง ๆๆๆ คงอยากจะรู้แล้วสิว่าใช้อะไรกันนักหนา เท้า : ต้องย่ำๆๆๆ และย่ำ ดินให้เนียนหรือว่าเนื้อดินกับแกลบและน้ำผสมเข้ากันจนได้ที่พอให้พวกเราเอาไปใช้ก่อแทนปูน หรือว่า ใช้ทำบล๊อกดินหรือก้อนดิน สำหรับแทนอิฐบล๊อกเพื่อก่อเป็นกำแพงบ้าน หรือกุฎิ ที่พวกเราเหล่าอาสาบ้านดินกว่า 80 ชีวิตได้มาร่วมกันทำนั่นหละ เพราะหากเราย่ำไม่ได้ที่ดินที่เอาไปก่อ ฉาบ หรือทำบล๊อกมันเหลวเกินไปก็จะทำให้ดินมันแข็งตัวช้า เพราะนั้นสองเท้าของเราก็จะต้องถูกใช้งานอย่างหนัก เดินย่ำไป ย่ำมา วนไปวนมาอยู่ในหลุมดิน มือ : ต้องควัก ต้องฉาบ ต้องหยิบ ต้องยก ก้อนดินที่หนักกว่า 5 โล และดินที่เตรียมไว้ก่ออยู่ตลอดเวลาโดยที่เราเองกลับไม่รู้สึกเหน็จเหนื่อยเลย กลับอิ่มเอมไปกับความสุขและความสนุกสนานที่ได้พูดคุยทักทายกับเพื่อนๆ ใหม่ที่มาเข้าร่วมกิจกรรมด้วยกัน ครั้งนี้นอกจากประสบการณ์ที่มากขึ้น ได้ความรู้ตลอดจนเทคนิคในการสร้างบ้านดิน ที่อาศัยวัสดุจากธรรมชาติแล้ว เรายังได้รู้จักเพื่อนเพิ่มขึ้นด้วย น้องปอ. สาวน้อยเซลล์โรงแรมแห่งหนึ่งที่กระบี่ , น้องเต้กะน้องชาย สถาปนิคหนุ่ม , พี่ตุ้น สาวออฟฟิตแถวเมืองทอง , น้องฮุยหนุ่มจากชลบุรีและที่ประทับใจแบบไม่ลืมเลยก็น้องเคียว เด็กหนุ่มที่ทุ่มเททั้งตัว ทั้งใจให้กับงานครั้งนี้อย่างเต็มเปี่ยม , อ้อ ยังมีอีก 1 คน แหมอันที่จริงไม่น่าลืมเค้าเลยอะเพราะตัวออกใหญ่ (ไม่ได้ลืมนะจริงๆๆ) น้อง โล มหาบัณฑิตมาด ๆ จากนิด้า ทำงานกับตำรวจท่องเที่ยว และอีกหลายๆ คนที่ไม่ได้เอ่ยนามก็ต้องขออภัยไว้นะที่นี่ด้วยนะค่ะ การทำกิจกรรมในครั้งนี้เราได้เรียนรู้ว่า การทำงานหากเราตั้งใจจริงและทำด้วยความสนุกสนานเราก็จะไม่รู้สึกเหนื่อย และถ้าเรามองถึงเห็นถึงคุณค่าของงานที่เราทำด้วยแล้วเราก็จะทำงานด้วยความสุขยิ่ง................... ดิน..แม้จะเป็นเพียงแค่เศษธุลีเล็ก ๆๆๆ ที่บางครั้งอาจจะก่อความรำคาญให้เรายามเมื่อเป็นผงฝุ่น มาเกาะเสื้อผ้าหรือข้าวของ...........แต่ดินเมื่อหล่อหลอมเป็นก้อนดินที่แข็งแกร่งแล้วหละก็กลับมีคุณค่ามากมายเหลือคณานับจริงๆ เคยได้อ่านบทความบทหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องเล่าดี ๆ บำรุงจิตใจ ที่เรียกว่า vitamin story จาก (ซีเอ็ด) ได้กล่าวถึงดินเหนียวไว้....อ่านแล้วก็รู้สึกว่าอยากให้คนอื่นๆ ได้อ่านบ้างก็เลยอยากจะหยิบยกเอาบทความนั้นมาใส่ไว้ในการเขียนครั้งนี้ด้วยแล้วกัน “ ดินเหนียวอาศัยอยู่ในท้องนาอย่างสุขสบาย แต่แล้ววันหนึ่งมีรถขุดคันใหญ่วิ่งฝุ่นตลบเข้ามา และเริ่มขุดดินเหนียว ดินเหนียวร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด แต่รถขุดก็ยังขุดต่อไป อย่างไม่ใส่ใจ แล้วย้ายดินเหนียวขึ้นไปบนรถบรรทุกสักพักใหญ่ รถบรรทุกวิ่งไปถึงที่แห่งหนึ่ง ดินเหนียวถูกย้ายเข้าไปอยู่ในถังและถูกบดจนเนื้อเหนียวละเอียด ความเจ็บปวดยังไม่ยุติแค่นั้น ยังมีอะไรแปลกๆ จับตัวดินเหนียวหมุนไปเรื่อย ๆ และเริ่มบิดไปทางโน้นที ทางนี้ที ดินเหนียวไม่เข้าใจทำไมตัวมันจึงต้องเหนื่อยแสนสาหัสขนาดนี้ เมื่อสติกลับคืนมาอีกครั้ง ดินเหนียวก็กลายเป็นเครื่องปั้นไปเสียแล้ว ดินเหนียวถอนหายใจอย่างโล่งอก นึกว่าความเจ็บปวดคงจบสิ้นเสียที แต่ที่ไหนได้ ความเจ็บปวดยังไม่สิ้นสุด มีของเหลวไหลลงมาเคลือบตัวมันให้มีสี ยังไม่ทันไรก็ต้องถูกส่งเข้าไปอยู่ที่เตาเผาที่มีไฟร้อนจัด ดินเหนียวอยู่ในเตาเผานานถึงสองวัน ...สองวันผ่านไป... ดินเหนียวหันมาสำรวจตัวเอง แล้วก็อดที่แปลกใจไม่ได้ เพราะสภาพของตัวเองขณะนี้ ต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่เห็นด้วยสายตาตัวเองเป็นภาพที่สวยงามมาก ดินเหนียวซึ่งเคยหมกตัวอยู่ในทุ่งนา กลับแปรเปลี่ยนเป็นเครื่องปั้นดินเผารูปทรงงดงามและมีราคา ..ดินเหนียวแจ้งแก่ใจในบัดนั้น... ความทรมานและเหน็ดเหนื่อยแสนสาหัส ช่วยแปรสภาพให้ตนมีความงดงามยิ่ง... เช่นกัน เมื่อทุกคนโตขึ้น ความทรมานและความลำบากไม่ใช่สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงเสมอไป เหล็กยิ่งโดนไฟเผาก็ยิ่งแกร่งขึ้น ชีวิตคนเราเมื่อเจอกับความทุกข์และความยากลำบากก็จะแข็งแกร่งและงดงามขึ้นเช่นกัน การที่เราต้องเผชิญกับความทุกข์และความยากลำบากนั้น เป็นเสมือนขั้นตอนหนึ่งก่อนที่เข้าสู่ช่วงเวลาที่แห่งความสงบ งดงาม เหมือนกับขั้นตอนที่แปรสภาพดินเหนียวมาเป็นเครื่องปั้นดินเผาสวยงาม ถ้าเราหลีกเลี่ยงความเหน็ดเหนื่อยและความทุกข์ยาก ตัวเราอาจจะกลายเป็นคนที่อ่อนแอใช้การไมได้ เหมือนกับเครื่องปั้นดินเผาที่แตกง่ายและมีรอยร้าว หากเราเปลี่ยนมุมมอง เมื่อใดที่เจอเรื่องแสนเหน็ดเหนื่อยและยากลำบาก เขาว่าให้ผิวปาก "ยินดีต้อนรับ" แล้วเราจะเอาชนะมัน” นั่นสินะ ชีวิตเราไม่ว่าจะทุกข์ หรือสุขก็อยู่ที่มุมมองจริงๆๆ มองให้เป็นสุข..ชีวิตก็สดใส...ต่อไปหากเรามองฝุ่น ก็ให้คิดถึงดินหรือดินเหนียวนะ จ๊ะจะได้ ไม่ต้องมาหงุดหงิดหัวใจงัย.... トラックバックこの記事のトラックバックの URL は次のとおりです。 http://pooaru.spaces.live.com/blog/cns!D5194E5174B413E9!1200.trak この記事を参照しているブログ
|
|
|