| อนุรักษ์ さんのプロフィール:)v;**pooa_rumc3's spaceフォトブログリスト | ヘルプ |
|
4月29日 ซู่ ๆ ซ่า ๆ แว๊บ..ไปเริงร่าที่ ฑีลอซูซู่ ๆ ซ่า ๆ แว๊บ..ไปเริงร่าที่ ฑีลอซู
ข้ามกลับมาฝั่งไทยที่อำเภอแม่สอดอีกครั้ง ในเวลาบ่ายโมงกว่า ๆ รถตู้ก็พาพวกมุ่งหน้าไปน้ำตกพาเจริญ ซึ่งเป็นน้ำตกที่ขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่ง แวะถ่ายรูปกับความงดงามกันพอสมควรก็ ก้มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางที่ตั้งใจ “อำเภออุ้มผาง” รถพาเราลัดเลาะไปตามเส้นทางลอยฟ้า ผ่านขุนเขาน้อยใหญ่ ไปได้สักพัก ก็มาถึงเมืองอุ้มผาง เสียงซึ่งรีสอร์ท คือที่พักของพวกเราในวันนี้ ที่นี่ยามเย็นเงียบสงบมาก อากาศเย็นเริ่ม พัดผ่านเข้ามากระทบผิวพวกเราตั้งแต่ยังไม่ 5 โมงเย็น ดังนั้นหลังจากที่ทานอาหารเย็นที่แสนจะอร่อย แล้ว พวกก็เก็บตัวอยู่ในบ้านพักทันที แยกย้ายกันไปห้องใครห้องมัน ชาร์ตแบตให้กับตัวเองสำหรับในวันพรุ่งนี้ต่อไป เช้านี้ น้องสแน็ป (ไกด์ของเรา) มารับพวกเราที่รีสอร์ทแต่เช้า น้องเค้าจะพาพวกเราไปดอยหัวหมด พวกเราจึงต้องตื่นกันแต่เช้ามืด อากาศหนาวเย็นสุด ๆๆ แน็บบอกเราว่าวันนี้ประมาณ 10-12 องศา พวกเราก็เลย ดูอ้วนๆ กลมๆ แปลกตาไปเพราะความหนาของเสื้อผ้าที่ใส่ รถกระบะมารับพวกเราวิ่งฝ่าความหนาวเหน็บและควันหมอก ขึ้นไปที่ดอยหัวหมด ต้องเดินเท้าขึ้นเขาต่อไปอีกสักพักใหญ่ก็จะถึงจุดชมทะเลหมอกแล้ว แต่ดูเหมือนว่าปริมาณออกซิเจนบนนี้ดูจะเบาบางมากเชียว เล่นเอาพวกเราหอบหายใจไม่ทันไปตามๆ กัน ภาพทะเลหมอก และแสงสีทองที่ทาบลงมากระทบ สร้างความประทับใจให้กับพวกเรามาก อดใจที่จะเก็บภาพไว้ไม่อยู่ เพื่อนบางคนวิ่งถ่ายรูปมุมโน้นมุมนี้กันอย่างไม่หยุดหย่อน ยกเว้น1 คนที่เพลิดเพลินอยู่กับการถ่ายวีดีโออย่างบ้าครั่ง จนบางครั้งอดคิดไม่ได้ว่าเคาจะไปเอาดีทางนี้หรือเปล่านะดูตั้งใจเสียจริงๆๆ หลังอาหารเช้าพวกเราก็ออกเดินทางเพื่อไปล่องแพ ไปน้ำตกทีลอซูกันต่อ คืนนี้เราจะไปค้างคืนกันที่น้ำตกทีลอซู มันช่างเป็นการเดินทางที่สร้างความตื่นเต้นให้กับพวกเราเป็นอย่างยิ่ง แพยางของเรา มีทั้งหมด 11 ชีวิต ด้วยกัน เป็นสมาชิกของเราพวกเรา 9 คน และก็ น้อง สแน็ป และคนคัดท้ายเรืออีก 1 คน สแน็ป นอกจากจะเป็นไกด์ให้กับพวกเราแล้ว วันนี้เค้ายังมาทำหน้าที่เป็นฝีพายให้พวกเราด้วย แน๊บพวกพวกเราแซงแพยางลำอื่นๆ มาเรื่อย ๆ 1 ลำก็แล้ว2 ลำก็แล้ว เป็นอย่างนี้มาตลอดเส้นทางอย่างไม่น่าเชื่อเพราะดูจากร่างกายของน้องแล้วไม่คิดว่าจะมีพละกำลังขนาดนั้น สแน็ป บอกเราว่าเค้าช่วยพ่อพายแพยางมาตั้งแต่เด็ก แรกๆ แพก็ล่มบ้าง แต่เมื่อมากลับพ่อบ่อยๆเข้าก็เกิดความชำนาญ ปกติ สแน็ป จะไปเรียนหนังสือ พอถึงวันหยุดก็จะมาหารายได้ด้วยการเป็นไกด์ พานักท่องเที่ยวไปเที่ยวละก็พายแพยางด้วย เราคุยกับสแน็ปและชื่นชมธรรมชาติสองข้างทางของ การลองแพ มาเรื่อยๆ สลับกับเสียงกรีดของพวกเราที่ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อแพยางของเรากระแทกกับโขดหิน ตามเกาะแก่งต่างๆ ไม่นานเกินไปนักพวกเราก็เดินทางมาถึงที่ผาเลือด จุดที่เราจะต้องลงจากแพยางแล้วเปลี่ยนมานั่งรถกระบะเพื่อเดินทางเข้าสู่น้ำตกฑีลอซู เส้นทางนี้มันสุดๆ ในชีวิต เพราะนอกจากจะเต็มไปด้วยฝุ่นแดงจากลูกลังบนถนนแล้ว ถนนก็แสนจะโหดด้วย บอกได้เลยว่าคนไม่ชำนาญทางหรือว่ารถเก๋งไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะขับเข้ามาเพราะน่าสงสารรถสุดๆๆๆ ลัดเลาะไปตามเข้า โค้งซ้ายโค้งขวา หลบรถหน้า ที่สวนขึ้นมาเป็นระยะๆ พวกเราผู้โดยสารเองก็โยกซ้าย โยกขวาไปตามแรงเหวี่ยงของรถกว่าชั่วโมงเรียกว่า หัวแดงกำลังดีรถก็พาเรามาถึงอุทยานแห่งชาติ ฑีลอซู จนได้ ค่ำนี้เราจะต้องนอนเต้นท์กัน เช่นเดียวกับนักเดินทางท่านอื่น ที่ต่างก็ปักหลักกางเต้นท์กันอยู่เต็มไปหมด สีสันของเต้นท์หลากหลายดี ดูเรียงรายก็สวยงามไปอีกแบบหนึ่ง เก็บของเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาที่จะไปทักทาย กับฑีลอซูแล้ว จากเต็นท์ที่พักเราเดินเข้าไปอีกประมาณ 1.5 กิโล ก็พบกับภาพความอลังการของสายน้ำตกที่ยิ่งใหญ่ ไหลลดหลั่นกันมาเป็นชั้นๆ ความงดงามของน้ำตก และสายน้ำที่โปร่ยปรายมากระทบผิวกายช่างเย็นฉ่ำจริงๆ ดูเหมือนว่ามันจะลบล้างความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางของพวกเราออกไปได้อย่างหมดจดเชียว น่าเสียดายที่พวกเราไม่ได้เล่นน้ำเพราะอากาศเริ่มเย็นลงแล้ว เราชื่นชมความอลังการของสายน้ำตกอยู่สักพักใหญ่ก่อนที่จะบอกอำลาภาพความยิ่งใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้าแล้วเดินกลับสู่ที่พัก หลังจากที่แยกย้ายกันไปอาบน้ำ กลับมา สแน็บก็เตรียมอาหารเย็นไว้ให้พวกเราแล้ว ยามค่ำคืนของที่นี่แม้จะเต็มไปด้วยนักเดินทางมากมายหลายคนที่เข้ามาชื่นชมความงามของฑีลอซู แต่ที่นี่ก็ยังเงียบสงบ เรียบง่าย ไม่มีแสงสี เข้ามารับกวนแต่อย่างใด ค่ำนี้พวกเราจึงนอนเร็วผิดปกติ เช้าวันใหม่ในฑีลอซูดูสดใส ไปด้วยสีสันของเต้นท์ของนักท่องเที่ยวที่เรียงรายกันอยู่จนพวกเราอดใจไม่ได้ที่จะเก็บภาพไว้ก่อนที่จะบอกลาความงดงามนั้นกลับเข้ากรุงเทพเพื่อใช้ชีวิตปกติอีกครั้ง ลาก่อนฑีลอซู ซู่ๆ ซ่าๆ เต้นท์ สีสวยๆสดๆ และน้องสแน็บหนุ่มน้องผู้เข้มแข็ง แห่งสายน้ำฑีลอซู
24/12/51 |
|
|