| อนุรักษ์ さんのプロフィール:)v;**pooa_rumc3's spaceフォトブログリスト | ヘルプ |
|
4月20日 หนีร้อนไปพึ่งเย็นฯ..(ตอน2)เช้าวันใหม่เราถูกปลุกขึ้นเพราะเสียงคลื่น วันนี้เรามีโปรแกรมออกไปดำน้ำทั้งวันเลยเริ่มจุดแรกที่เกาะไผ่ที่นี่ปลาเยอะมาก จากนั้นก็ไปต่อที่ เกาะหินซ้อน เกาะราวีที่นี่มีหาดทรายที่ขาวมากๆ และมีปะการังหลากหลายชนิดมากเลย แต่น่าเสียดายเพราะดูเหมือนว่าปะการังสมอง และปะการังเขากวาง จะถูกทำลายจากคลื่นสึนามิ ไปเสียหายเหมือนกัน ที่นี่จะมีแนวเชือกให้เราจับ แล้วไต่ดำน้ำไปได้ สะดวกดี แต่เวลาที่ดูเสร็จแล้วจะกลับเนี้ยสิ ลำบากเพราะต้องย้อนกลับทางเดิมเวลาสวนกันนะก็วุ่นวาย..........เชียว จากนั้นไปต่อกันที่เกาะอาดังที่นี่น่ากลัวมากสำหรับเราเพราะหอยเม่นเยอะมาก ดำน้ำไปได้พักเดี่ยวก็ทนไม่ไหวแล้วขอตัวขึ้นไปถ่ายรูปกะเพื่อนรักดีกว่า................ นั่งๆนอนๆถ่ายรูปไปสักพักก็มีคนหนึ่งถูกหามขึ้นมาริมหาด .....โดนเจ้าหอยเม่นซะแล้วหละสิ............... เรือลอยรำออกจากเกาะอาดังสักพักก็มาถึงจุดที่เรียกว่า ร่องน้ำจาบัง ที่นี่จะมีปะการังเจ็ดสี เค้าบอกว่าสวยงามมาก แต่น่าเสียดายที่เรายังลงไปดูไม่ได้เพราะน้ำแรงมาก เราก็เลยไปที่เกาะหินงามกันก่อน เค้าว่ากันว่าใครมาที่เกาะนี้แล้วเก็บหินกลับไปด้วยจะต้องมีอันเป็นไป แต่หากใครมาที่นี้แล้วสามารถเรียงหินซ้อนกันได้ 12 ก้อน แล้วอธิฐาน1 อย่างจะเป็นจริง อันนี้จะจริงไม่จริงไม่รู้ เพราะเราไม่ได้เรียง ดูความงามของหินกันแล้วก็กลับมาที่ร่องน้ำจาบังอีกครั้งคราวนี้ไม่เทียวเที่ยวแม้น้ำจะแรงแต่เราก็ยังพอไปได้ เพราะไกด์ทำเชือกให้เกาะไว้ สะดวกแต่ก็แออัดเพราะใครๆ ก็อยากดูปะการัง7 สี พี่ที่ดำน้ำด้วยกันบอกว่าข้างๆ เค้ามีชายหญิงคู่หนึ่งแลกแหวนกันที่นี่ด้วย อะไรจะโรแมน....ขนาดเน้อ...... การดำน้ำยังไม่สิ้นสุดเพราะเราไปต่อกันที่หลังเกาะหินงามที่นี่จะมีปะการังเพลิง ตอนแรกว่าจะไม่ลงเพราะเป็นโรคกลัวหอยเม้นขึ้นสมอง แต่สุดท้าย ไกด์ก็เอาลงไปจนได้ ที่นี่เราได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ( แขก VIP….5555) ไกด์พาเราไปดูหมู่ปะการังเพลิง ปะการังเขากวาง และที่สำคัญที่นี่เราได้ดูม้าน้ำด้วย(เป็นคนเดี่ยวที่ได้เห็น) เพราะไกด์พาไป 5555 ถือว่าไม่เสียเที่ยวจริงๆๆ เย็นวันนี้ก็เลยเลี้ยงตอบแทนไกด์เป็นการใหญ่........แล้วก็มานั่งเขียนโปสการ์ดท่ามกลางแสงจันทร์ ดวงดาว และขวดไวน์ต่อที่หน้าเต๊นท์ที่พัก เช้าวันรุ่งขึ้นฝนตกลงมาเล็กน้อยเราทุกคนเก็บของเรียบร้อยแล้ว เตรียมพร้อมสำหรับการออกเดินทาง วันนี้เราต้องเดินทางกลับ แต่เราจะแวะที่เกาะไข่ และเกาะตะรุเตา ก่อนไม่แวะไม่ได้เพราะเดี๊ยวจะมาไม่ถึง ที่เกาะไข่คนเยอะมากเพราะถือว่าที่นี่มีซุ้มประตูที่เป็นสัญลักษณ์ซึ่งใครๆก็ต้องการจะมาถ่ายรูปด้วย บางคนก็บอกว่ามาแล้วต้องไปลอดซุ้มประตูนะแล้วอธิฐานจะได้ดั่งใจ.....แต่สำหรับเราไม่ดีกว่าอะไรจะเป็นก็ให้มันเป็นไปครึ่งชีวิตแล้ว......อะไรจะเกิดก็ให้เกิดมาพร้อมเสมอหละหนักแค่ไหนก็ต้องสู้ เราจึงเลือกที่จะไปถ่ายรูปแทน แต่เพื่อนรักเราสิไม่รู้อะไร เจ้าหล่อนก็เดินไปลอดซุ้มจนได้ เอากะมันสิ................... ออกจากเกาะไข่ก็นั่งๆนอนๆ หลับๆ กินๆ มาได้สักระยะก็ถึงตะรุเตา .....แสงแดดยังคงทำหน้าที่ได้ดีอย่างไม่หยุดหย่อน เช่นเดียวกับเราที่ยังคงมองหามุมถ่ายรูปอย่างไม่หยุดยั้งเช่นกัน สุดท้ายไกด์ต้องมาตามเพราะเรือจะออกแล้ว........ไม่นานเกินรอเราก็เดินทางมาถึงท่าเรือปากบารา บอกคำลาเพื่อนร่วมเดินทางบนเรือก่อนที่จะแยกย้ายกันไปได้สักพัก ....รถตู้ของเราก็มุ่งหน้ากลับสู่อำเภอไชยาเพื่อแวะกินข้าวกันก่อนที่จะเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ การเดินทางครั้งนี้ก็ยังไม่แคล้วที่มีงอนกะเพื่อนรักอีกเช่นเคย แต่ก็ถือว่าเป็นการงอนที่ไม่รุนแรงเหมือนกันครั้งที่ผ่าน ๆมา เพราะอย่างน้อยมันก็ยังแคร์เรา รักเรา เข้าใจเราอยู่ ขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจเดินทาง.............เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆอีกครั้ง...........โดยไร้เงาของเธอ
หนีร้อนไปพึ่งเย็นเล่นสงกรานต์กะปลา..ที่หมู่เกาะตะรุเตา(ตอน1)เมษาหน้าร้อนแบบนี้ใครๆ ก็หนีไปเที่ยวกันหมด แล้วเราหละจะไปไหน .....คิดตั้งนานเพราะยังรู้จะไปไหนดี( เป็นคนไม่มีที่ไป) สุดท้ายก็ตัดสินใจไปบ้านที่สระแก้วจะได้กลับไปทำบุญซะหน่อย ....แต่ที่ไหนได้ยังไม่ทันไรก็เปลี่ยนใจกระทันหันทั้งๆ ที่จริงแล้วเป็นคนรักเดียวใจเดียวนะ ก็เจ้าเพื่อน LOVE ตัวดีอะสิ ดันมาชวนไปตะรุเรา มันชวนเราวันที่ 11 เมษายน “ แกๆ ไปตะรุเตากะฉันไหมยังมีที่ว่างอยู่ที่หนึ่ง ไปด้วยกันสิ ” อ้าว ไปก็ไปไหนๆมันก็ชวนเราหลายครั้งแล้ว แต่ไม่ได้ไปด้วยสักที่เพราะเคยมีประวัติศาสตร์ว่าไปด้วยกันที่ไรทะเลาะกันงอนกัน โกรธกัน กลับมาทุกทีสิ แล้วครั้งนี้จะเป็นอย่างไรว่ะเนี้ย เจ้าเพื่อน LOVE ตัวดี รีบดักคอไว้ก่อนเลย ว่า “ไปด้วยกันคราวนี้แกห้ามงอนฉันนะเพราะฉันมีน้องหนุ่มๆ ไปด้วยฉันต้องเทคแคร์เค้านะ ถ้าแกจะไปก็เจอกันวันที่12 เมษายน เวลา 18.30 น.ที่สยามนะ แล้วเจอกันนะโว้ย ” ดูสิ ยังไม่ทันไรมันก็ดักคอเราแล้ว ทำงัยได้ก็รับปากมันแล้วนี้ ได้แต่บอกตัวเองว่า งดใจไว้ ............................................ เราออกเดินทางกันด้วยรถตู้รุ่นใหม่หลังคาสูง โปร่งสบาย มีผู้ร่วมเดินทางทั้งหมด 9 คน รวมไกด์ และคนขับอีก 2 คนเป็น 11 คน วันนี้รถเดินทางออกลงใต้ค่อนข้างหนาแน่น เราแวะปั้มไหนก็มีรถและผู้คนเยอะแยะไปหมด หลับๆ ตื่น ๆ อยู่สักระยะ รถตู้ก็พาเรามาชมเพราะอาทิตย์ขึ้นที่จังหวัดตรัง ในเวลา 6 โมงเช้า ให้พวกเราปฏิบัติภาระกิจ ยามเช้าและทานอาหารเช้าเสร็จแล้วเราก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ท่าเรือ ปากบารา จังหวัดสตูล ท่าเรือวันนี้ดูคึกคักมากผู้คนมากหน้า มาจากทั่วสาระทิศ แต่ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือการเดินทางไปค้นหาความสุขจากการท่องเที่ยว ระหว่างรอเรืออยู่ที่ท่าเรือ รถทัวร์คันใหญ่ก็วิ่งเข้ามาเทียบข้างรถเขียนว่า หลวงพระบาง ปากเซง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นรถทัวร์ที่มาไกลแค่ไหน เราเองเมื่อเห็นรถคันนั้นก็รู้สึกดีใจว่าที่ที่เราจะเดินทางไปนี้มีคุณค่ามากแค่ไหน....... เรารอเรือมิใช่รอลิง ตั้งแต่ 10 โมง จนกระทั้ง 11.30 น. กว่า ๆ พวกเราก็ได้ลงเรือ เรือค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปช้าๆ กลางท้องทะเลอันดามัน และอาหารกลางวันของพวกเราก็พร้อมเสริฟช่างเป็นอาหารกลางวันที่สุดแสนจะเพลิดเพลินตาเพลินใจจริงๆ กินข้าวกลางท้องทะเล วันนี้ไม่เรายังไม่แวะที่เกาะตะรุเตา และเกาะไข่ ตามเป้าหมายของการเดินทางที่ตั้งไว้แต่ตอนแรก เนื่องจากสภาพน้ำไม่เอื้ออำนวยเท่าที่ควร กัปตันจึงพาเราไปดำน้ำจุดแรกที่ใกล้กับเกาะหลีเป๊ะที่พักของพวกเรานั้นเอง ลงดำน้ำจุดแรกเพื่อนรักตัวดีทำเรื่องแล้วเอาเราเสียแทบแย่ เพราะเธอว่ายน้ำๆไม่เป็นที่สำคัญพอตกใจที่ไรไม่ยอมตีน้ำช่วยเลย หลังจากที่ดินเนอร์ใต้เแสงเทียนข้างๆ เต้นท์ที่พักแล้ว เราก็ออกตระเวนราตรี ไปเที่ยวพัทยากัน ไม่ต้องงง เพราะที่หลีเป๊ะเค้ามีหาดชื่อพัทยาด้วยนะ ที่นั่นก็จะมีรีสอร์ทและร้านอาหารมากมายเลย เชียว ที่สำคัญหากมาแล้วจะต้องมาที่นี่ (ใครๆเค้าก็นะนำกันอะนะ) ร้านโรตีไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าจะขายดิบขายดีขนาดนี้ คิวยาวเยียดเลย ต้องลองสั่งมาชิมบ้างแล้ว
4月2日 เมื่องาน...ไม่เป็นงานรู้สึกว่าที่ผ่านมาพวกเราจะไปกินข้าวกับลูกค้าเยอะมาไปหรือเปล่า หลังจากที่ล่ำลาคุณหญ้าแฝกแล้ว เราก็ออกเดินทางไปคุยกับคุณโกงกาง คุณปูกล้ามดาบกันต่อ ที่ริมทะเล ( ป่าโกงกางในค่ายพระราม 6 ) วันนี้คุณพระอาทิตย์ ส่องแสงได้เจิดจ้ามากจนทำให้การพบลูกค้าครั้งนี้ไม่ค่อยราบเรียบ และน่าสนใจนักสำหรับเพื่อนบางคน สำหรับเราก็ได้แต่เดินๆ สายตาก็สอดส่องมองไปกับแนวบันไดที่ทอดยาวลง (ป่าโกงกาง)ในบ้านของลูกค้า เราต้องคอยแวะพักเป็นระยะเพื่อทำการจดบันทึกความทรงจำด้วยภาพถ่ายอยู่เกือบตลอดเส้นทาง
เมื่อสมควรแก่เวลาเราก็บอกลาและออกเดินทางต่อ ..........
ค่ำนี้เรามีนัดดินเนอร์ใต้แสงเทียน กับคุณเม็ดทราย และคุณลมทะเล ที่ริมหาดปราณบุรี บริเวณหน้าที่พักของเราติดกับชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ด้านหน้าเป็นเขาสามร้อยยอดที่ทอดยาวไปกับแนวทะเล ทำให้อดคิดถึงใครบางคนไม่ได้............ที่เคยเดินทางไปท่องเที่ยวที่ สามร้อยยอดด้วยกัน ไปปักเต๊นท์นอน จิบไวท์ ไปพลาง มองดูดวงไปพลางสุดแสนจะโรแมนติค....แต่ค่ำคืนนี้มีเพียงคุณเม็ดทราย และคุณลมทะเลเท่านั้น ที่อยู่เคียงคู่เรา
หลังจากที่เสียพลังงานกับการปั่นจักรยาน เพื่อเก็บข้อมูลของท้องถิ่นกันแล้ว เราก็พบว่าบริเวณแห่งนี้ น่าสนใจมากเงียบสงบ ผู้คนไม่ค่อยพลุกพล่านเท่าไร หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเราไปกันในช่วงวันอาทิตย์ -จันทร์ก็เป็นได้ ต้นมะพร้าวดูเหมือนจะเป็นไม้ยอดนิยมของที่นี่แต่ก็คงสู้ที่เกาะสมุยไม่ได้หรอกนะ วิถีชาวบ้านก็ปรับเปลี่ยนไปตามกระแสของการท่องเที่ยว บางบ้านถูกปรับเปลี่ยนสภาพใหม่เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ซึ่งอาจจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดของคนที่นี่ก็ได้
ทันทีที่ถึงเวลานัดกับ คุณเม็ดทราย และคุณลมทะเล เราก็แปลงร่ายเป็นชาวเล ออกมาตามนัดทันที่ อาหารในค่ำคืนนี้คงหนีไม่พ้น บาร์บีคิว-ซีฟู๊ดที่สด และน้ำจิ้มอร่อยๆ และอาหารจากท้องทะเลอื่น ๆ อีกมากมาย จนเรากินเสียพุงกางเลย....... กินไปคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันไป จนเวลาล่วงเลยมาค่ำมืดดึกดื่นเราก็ขอตัวกลับ....แต่ไม่ลืมที่สัญญาว่าจะคิดถึงเสมอ ...............
พระอาทิตย์ทองแสงยามเช้าเราออกเดินทางกลับสู่เส้นทางเดิม โดยไม่ลืมที่จะโบกมืออำลาคุณเม็ดทรายและคุณลมทะเลด้วยความอาลัย โปรแกรมวันนี้เราต้องแวะสำรวจสภาพทรายและสิ่งแวดล้อมที่หัวหินในบริเวณริมเขาตะเกียบ ตรวจสอบคุณภาพความสด และความสะอาดของอาหารที่ร้าน สุภัทรา บายเดอะ ซี้ฟู๊ด จากนั้นก็สำรวจราคาสิ้นค้าที่เอาท์เล็ทก่อนที่จะเดินทางกลับสู่ออฟฟิต ตลาดวันนี้ไม่มีอะไรเคลื่อนไหว สินค้าไม่ค่อยได้รับความนิยมในการซื้อจากลูกค้ามากนักโดยเฉพาะเรา ไม่ใช่ไม่ชอบนะ แต่เพราะหาขนาดที่ต้องการไม่ได้ 5555
เลยไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือมาฝากใคร.........เลย การทำงานวันนี้สิ้นสุดลงทันที...............เมื่อรถนำพวกเราเคลื่อนเข้าสู่รั้วของกระทรวง........ ช่างเป็นการทำงานที่......ไม่เป็นงานเสียจริงๆๆเลย .........................
|
|
|