อนุรักษ์ さんのプロフィール:)v;**pooa_rumc3's spaceフォトブログリスト ツール ヘルプ

ブログ


11月9日

สุขแท้ด้วยปัญญา ..........

 

 

                เดือนตุลาคม( 23-26 )ที่ผ่านมาได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมค้นหาความจริง   ค้นหาสุขแท้ทางปัญญา กับมูลนิธิอาสามาสมัครเพื่อสังคม  พวกเราได้ไปค้นหาความสุข...ค้นหาปัญญาที่ จังหวัดสุรินทร์ ถิ่นเมืองช้างกัน

                ก่อนที่จะสมัครเข้าร่วมกิจกรรม ก็คิดนะว่า เออ...ไอ้ความสุข..และปัญญาที่ว่าเนี้ยมันจะเป็นอย่างไร  จะหาเจอหรือไม่ แล้วเราจะไปหากันอย่างไร  มีคำถามเกิดขึ้นมากมายในสมอง...และคำถามเหล่านั้นก็กลายมาเป็นตัวผลักดันให้ตัดสินใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ .......

                เมื่อชำระค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรมที่ถูกแสนถูก เพียงแค่ 300 บาทแล้ว   เราก็รอลุ้นคำตอบรับจากเจ้าหน้าที่ของมอส. ว่าเราจะสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้หรือไม่เพราะเค้ารับจำกัด

แต่แล้วโอกาสก็เอื้อให้เรา............................

                พวกเราออกเดินทางด้วยรถตู้ ทั้งหมด 3 คัน มุ่งหน้าสู้จังหวัดสุรินทร์ พร้อมๆกับสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการจำนวนกว่า 32 คน   บางคนก็เป็นคนที่คุ้นหน้า คุ้นตา กันเพราะส่วนมากก็เคยทำกิจกรรมอาสามาแล้ว     ที่พักของเราก็คือศูนย์สมุนไพร ตะบัลไพร  ค่ำนี้ก็มีการแนะนำสมาชิกและชี้แจ้งการทำกิจกรรมในวันรุ่งขึ้นและการเจริญสติ   โดยพี่แพะที่เป็นผู้ดูแลศูนย์ตะบัลไพรเป็นผู้นำปฎิบัติ พวกเราได้ลองอยู่กับตัวเองด้วยสติผลออกมาก็ทำให้เรารู้สึกถึงความสงบมากขึ้น ..สำหรับผู้ปฎิบัติใหม่ก็อาจจะยากนักเพราะต้องขัดแย้งกับความคิดที่มักจะเร็วกว่าสติอยู่ตลอดเวลา ..........

                เช้าวันใหม่พวกเราแยกย้ายกันไปทำค้นหาความสุข...ค้นหาปัญญา ในชุมชนตามสีที่ได้จัดแบ่งกันไว้แล้ว  เราได้กลุ่มสีแดงวันนี้จะไปศึกษาการอนุรักษ์ป่าชุมชน ของหมู่บ้านโคกสวาย   ชาวบ้านบอกว่าพวกเค้าเรียกป่าชุมชนแห่งนี้ว่าป่าทาม (หมายถึงป่าที่มีน้ำท่วมถึง..แต่น้ำก็ไม่ขังนะ )  เดิมป่าแห่งนี้เคยเป็นป่าเสื่อมโทรมมาก่อนแล้วก็ได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านในการคิดและหาวิธีการฟื้นฟูป่าร่วมกันโดยได้คำแนะนำจากหลวงพ่อท่านหนึ่งที่ชาวบ้านแถวระแวกนี้ให้ความเคารพนับถือกัน ท่านได้ให้คำแนะนำในเรื่องการจัดบวชป่า.......และมันก็ได้ผลเพราะเมื่อทำการบวชป่าแล้วป่าก็ไม่ถูกรบกวนไม่มีการตัดไม้ ....หรือบุกรุกป่าอีกเลยในที่สุดป่าก็ฟื้นฟูกลับเข้าสู่ความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง เวลาผ่านไป 7 ปี  ป่าก็มีผลผลิตจากการอนุรักษ์ป่าเกิดขึ้นอย่างมากมายมีต้นไม้  หลากหลาย  และพืชสมุนไพรต่างๆ  ไว้ให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์ต่อไป  

แล้วความสุขและปัญญาที่ได้จากการเข้าไปศึกษาป่าชุมชนครั้งนี้มันทำให้เราพบว่าความเชื่อเรื่องศาสนาและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมก็สามารถนำมาใช้คู่กันได้เป็นอย่างดีทีเดียว    เรายังได้เห็นวิธีคิดที่ดีๆ ของคนในชุมชนที่แสดงถึงความเอื้ออาทรให้กับคนชุมชนอื่นๆ สามารถเข้ามาหาของในป่าไปเลี้ยงชีพได้  โดยไม่ห่วงเอาไว้เฉพาะชุมชนของตนเองเท่านั้น นี้หละนะที่เค้าเรียกว่าน้ำใจ คนไทยที่ไม่จืดจางจริงๆๆ    ที่ซึ้งและประทับใจไม่ลืมก็คือน้ำใจที่ชาวบ้านมีให้พวกเราด้วย

นอกจากได้พบปัญญาในเรื่องการอนุรักษ์และการอยู่ร่วมกันของคนในชุมชนอย่างมีความสุขแล้วเรายังพบว่าที่ชุมชนแห่งนี้ยังมีภูมิปัญญาที่มีคุณค่าอยู่ด้วยอาทิ หมอยา  หมอเป่า  หมอมด ซึ่งเป็นหมอพื้นบ้านที่ทำการรักษาโรคบางโรคให้กับชาวบ้านตามความเชื่อดั้งเดิมชองชุมชน  ซึ่งเราก็พยายามค้นหาคำตอบว่าจะรักษาได้จริงหรอแต่แล้ว  ไม่เชือ่ก็ต้องเชื่อเพราะมีกรณีศึกษามาให้เราดูด้วย ...มันช่างเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์จริงๆๆ ......หรืออาจจะจริงอย่างที่ทฤษฎีสุขภาพบอกไว้   ว่าสุขภาพจะดีได้ต้องอาศัยองค์ประกอบทั้ง 4 คือ กาย  จิต  สังคม และสิ่งแวดล้อม  หากกายป่วยแต่ใจเข้มแข้งก็ทำให้เราหายป่วยได้เช่นกัน

เรากลับออกจากชุมชนมาด้วยความสุขที่เต็มเปี่ยมในจิตใจและปัญญาที่เต็มสมอง ...........การมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้มิใช่แค่ได้เก็บเกี่ยวความสุขจากชุมชนที่เราเข้าไปศึกษาดูงานเท่านั้น....แต่ความสุขที่เติมเต็มพวกเราได้อย่างลงตัวก็คือ.... ความสุขที่เกิดจากสมาชิกผู้ร่วมเดินทางค้นหาความสุขและปัญญาด้วยกันที่คอยหยิบยื่นน้ำใจ....ไมตรี..ความห่วงใย..และมิตรภาพที่น่ารักให้เราอยู่ตลอดเวลา

นี่สินะ......น้าใครๆๆถึงบอกว่าบางครั้งความสุขก็อยู่ใกล้ตัวเรามากๆๆๆ   เอง เพียงแต่เราจะมองเห็นหรือไม่เท่านั้น (อยู่ที่ว่าใครจะเลือกมองแบบไหนด้วยอะเนอะ) ทุกข์...สุขอยู่ที่เรามองจริงๆๆ