อนุรักษ์ さんのプロフィール:)v;**pooa_rumc3's spaceフォトブログリスト ツール ヘルプ

ブログ


11月23日

แจ้ซ้อน.....ไม่ซ่อนรัก

เข้าสู่เดือนพฤศจิกายน   ลมหนาวก็ เริ่มพัดมาเยี่ยมเยือนอีกแล้ว   อยู่กรุงเทพอาจจะไม่ได้รับรู้ถึงความหนาวมากนัก พวกเราก็เลยเกิดอาการอยู่ไม่สุขขึ้นมาอีกแล้ว .....555555     ก็เลยเริ่มเสาะแสวงหาที่ท้าทายลมหนาวเล่น.....เฮ้ย..ไม่ใช่อย่างนั้น ความจริงคือมันประจวบเหมาะกันมากกว่า   เราต้องไปงานแต่งงานน้องหน่อยกะ น้องอุ๋ย ( น้องที่ออฟฟิต เค้าแต่งงานที่ลำปาง วันที่ 11 พฤศจิกายน 50)  พวกเราก็เลย ได้โอกาสเหมาะ ..................

รวบรวมสมาชิกได้  11 คน รวมคนขับรถก็เป็น 12 คน งานนี้ได้รับการสนับสนุนจากออฟฟิตในการจัดรถอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้  พวกเราออกเดินทางกันเย็นวันศุกร์ที่ 9 หลังเลิกงานเราไปอาบน้ำกันที่หอของฝน    ดูวุ่น ๆ   วาย ๆ   ดีอาจจะเป็นเพราะตื่นเต้นที่ได้เที่ยวอีกอีกเป็นได้  .....งานนี้พวกเราเตรียมกันมาหลายอาทิตย์ที่เดียวเชียว   ไหนจะต้องเตรียมจัดโปรแกรมในการเดินทางให้กับสมาชิกทั้งหลายแหล่    และก็ประสานงานเรื่องที่พัก...และที่สำคัญ  การจัดงานชุดเข้าร่วมงานมงคลสมรส......เพราะงานนี้ต้องสาวๆๆต้องสวยจ้า   

เราไปถึงลำปางกันวันเสาร์เช้า ..... ทุกนาทีมีคุณค่ามากสำหรับวันนี้พวกเราใช้เวลาไปกับการทำความรู้จัก

เมืองลำปางกันอย่างเต็มที่และคุ้มค่ามาก  เราเริ่มต้นกันที่ ตลาดรัษฏา หรือตลาดหัวขัว เป็นตลาดเช้าและตลาดเย็นที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดลำปาง มีของขายมากมายรวมถึงกับข้าวพื้นเมือง ขนมพื้นบ้าน ผลไม้  ไม่ไกลจากตลาดมากนักจะมีสะพานรัษฎร (สะพานสีขาวที่ตั้งเด่นเป็นสง่า ...สมัยเรียนนั่งรถไฟกลับกรุงเทพทีไรก็ เห็นทุกที)    ที่อยู่คู่เมืองลำปางมายาวนานตั้งอยู่ให้รถลาได้ข้ามไปข้ามมา   พวกเราก็เลยถือโอกาสถ่ายรูปกันมาเป็นจำนวนมาก  ก็แหม อากาศยาวเช้าในหน้าหนาวแบบนี้  และสะพานก็ออกจากสวยงามขนานนั้นใครหละจะอดใจได้ 

                หลังจากหาอาหารใส่ท้องเพื่อเติมพลังให้กับร่างกายแล้ว เราก็ไปนั่งชนม้าเที่ยวรอบเมืองลำปางกัน   ที่นี่เค้ามีจัดทัวร์ ด้วยรถม้ารอบหละ 150 บาทนั่งได้ 2 คน ต่อ รถม้า1คัน  ( รอบสั้นนะ ..แต่ว่าก็ นานพอจะได้ชมวิถีชีวิตของชาวลำปางได้อยู่น้า )   เสียงเกือกม้า ดังกุบ  กัก   กุบ  กับ

กรึกก้องไปตลอดสองข้างถนน  ผู้คนชาวเมืองลำปางก็หันมาส่งยิ่มทักทาย   บ้างก็ชี้ชวนให้เด็กเล็กๆ  โบกไม้โบกมือทักทายพวกเรา   

                ลงจากหลังอานม้ามาได้เราก็ ไป วัดเจดีย์ซาว์  ที่นี่เป็นวัดเก่าแก่  และที่แปลก ของที่นี่คือ มีเจดีย์อยู่  มากถึง 20  เจดีย์หละ  ( เค้าบอกว่า ใครมาที่นี่แล้วนับเจดีย์ได้ ครบ 20 แล้วอธิฐานขอพร...หรือขออะไร  ก็ จะสมหวัง  5555 แต่สำหรับเราแล้ว ไปที่นี่มา 2 ครั้งก็ ไม่เคยอธิฐานสักใครเดียว มิใช่ว่านับไม่ครบ 20 นะ  แต่พอนับครบเสร็จก็ลืมสิ่งที่จะอธิฐานแล้วหละ 5555 )  

 

 

                เค้าบอกกันว่ามาลำปางทั้งที่ถ้าไม่มาสองที่นี่ก็เหมือนมาไม่ถึง....ที่แรกก็คือสุสาน

ไตรลักษณ์ที่ประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อเกษมเขมโก พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งเมืองลำปาง

 และที่ สองคือวัดพระธาตุลำปางหลวง  .....แน่นอนพวกเราก็คงไม่พลาดแน่   เพราะเดี๋ยวมาไม่ถึงลำปาง   ที่วัดพระธาตุลำปางหลวงภายในองค์พระเจดีย์บรรจุพระเกศา และพระอัฐิธาตุจาก

พระนลาฎข้างขวา พระศอด้านหน้าและด้านหลัง ที่รั้วทองเหลืองรอบองค์  พระธาตุมีรูกระสุนปืนที่หนานทิพย์ช้างยิงท้าวมหายศปรากฏอยู่นั้น    ทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้กับเงาสะท้อนของพระธาตุกลับหัวซึ่งเป็นความมหัศจรรย์อย่างมาก    นอกจากนี้พระธาตุลำปางหลวงยังเป็นพระธาตุประจำราษีของคนที่เกิดปีฉลูด้วยดังนั้นเรากับเพื่อนที่ร่วมเดินทางก็เกิดปีฉลูจึงไม่พลาดที่จะไปนมัสการของพรเป็นแน่ 

                จากพระธาตุลำปางหลวง  เรามุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ปลายทางสุดท้ายของวันนี้   พวกเราจองที่พักของอุทยานแห่งชาติไว้  ตามโปรแกรมแล้วเราจะไปอาบน้ำแร่  แช่น้ำร้อนกันที่นี่ 

มาถึงอุทยานเวลาประมาณ  บ่าย  3  เกือบ 4 โมงเย็นอากาศเริ่มจะเย็นๆ แล้ว เราเก็บของเข้าบ้านพักกันอย่างรวดเร็ว   และเตรียมตัวไปอาบน้ำแร่   แช่น้ำกัน   ที่นี่จะมีบริการห้องอาบน้ำแร่  ไว้ให้กับนักท่องเที่ยวด้วย  ซึ่งก็จะมีแบบส่วนตัวแยกห้อง  และก็แบบรวมราคาก็จะแตกต่างกันไปนะจ๊ะ

พวกเรามันกลุ่มใหญ่ก็เลย ต้องใช่บ่อรวม แต่อย่างไรเสียที่บ่อร่วมนี้ก็จะแยกเป็นสัดส่วนของชาย กะหญิงนะจ๊ะ ใครจะมากะแฟนก็ต้องแยกกันชั่วคราวน้า .....

                ปล่อยให้สาว ๆ นอนแช่น้ำแร่กันได้สักพักก็ ไปทดสอบความร้อนของน้ำแร่ที่ไหลเป็นแนวยาวตามซอกหินกันต่อ    น้องหมู (หนุ่มๆ ที่ไปด้วยกัน)  ก็ไปซื้อไข่มา 2 กระทง เราก็เอาไข่มาจุ๋มลงในน้ำแร่ในบริเวณที่มีความร้องสูง  ...ที่เหลือก็นั่งรอลุ้นว่าเมื่อไรจะถึงเวลาที่ไข่สุก    นั่งคุยกันไป  ถ่ายรูปกันไป สัก 20 นาที   ไข่ที่เราจุ่มไว้ก็ถูกนำ ขึ้นมา.................พร้อมๆกับร่างของพวกเราก็เริ่มเคลื่อนขบวนเพื่อไปหม่ำข้าวเย็นกัน  

                เมนูวันนี้เป็นอาหารพื้น ๆ ที่เราให้ทางอุทยานเค้าได้จัดเตรียมไว้ให้   ซึ่งได้แก่   ผัดผักกูด   ต้มยำไก่   ปลาทอด   ยำไข่น้ำแร่ ( ฮั่นแน่ ....สงสัยอะสิว่าเป็นอย่างไร 5555อุบไว้ก่อนนะเด่ยวจะขยายความทีหลัง)  และก็ อาหารพื้น   อย่างแกงฮังเล   แคปหมูน้ำพริกหนุ่ม   แกงกระด้าง  และข้าวกันจิ้น   ที่เราซื้อมาจากตลาดรัษฎาเมื่อเช้ามาเสริม อ้อ ลืมไปยังมีผัดเห็ดหอมสดด้วยจ้า

                อิ่มอร่อยกันแล้วก็กลับบ้านพัก  เราขอแยกตัวออกจากเพื่อนๆ ไปนอนพักเพราะไม่ค่อยสบาย เพื่อนๆ หลายคนก็ไปให้นอนให้หมอนวดมานวดบนเตียงนุ่มกันต่อ    บางคนก็แอบไปกินยาแก้หนาวเค้าลมเย็นๆ สบายๆ สไตร์ลูกผู้ชาย   ส่วนสาวๆ (อันนี้เค้าเล่าให้ฟังน้า ) ก็นั่งติวเลขคณะคิดเร็วกะคูมองกันยันดึกดื่น

                **  ปล............ โปรดติดตามตอนต่อไปนะจ๊ะ **