| อนุรักษ์ さんのプロフィール:)v;**pooa_rumc3's spaceフォトブログリスト | ヘルプ |
|
11月23日 เกาะช้างในมุมใหม่(ตอนจบจ้า)กับมิตรภาพที่ประทับใจ..ไม่ลืมเกาะช้างในมุมใหม่ .......กับมิตรภาพที่ประทับใจ....ไม่ลืม ( ตอนที่ 2 )
เช้าวันลอยกระทง ....เราตื่นกันแต่เช้า ( ประมาณ 7 โมงเช้า ) เพื่อเตรียมตัวไปกินอาหาร แต่ยังไม่ทันไร เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น......ปลายสายเป็นเสียงของเพื่อนเราคนหนึ่ง.......... “ เจ้.....ตื่นหรือยัง .......” “ ทำไมอะ......” เราตอบไป “ ไปเดินเล่น....ที่ริมหาดกัน” โห.....มันมาอารมณ์ไหนว่ะเนี้ย (เรานึกในใจ) “เดี๋ยวสิ ยังไม่ได้อาบน้ำเลย งันเดี๋ยวจะให้น้องปุ๋ย กะ ป่าน เค้าไปเดินเป็นเพื่อนก่อนนะ “ “ ว่าแต่ว่าทำไมตื่นเช้าจัง “ เราถามต่อ “ โห.....ก็นอนไม่หลับสิ มีนาฬิกาปลุกผมอะสิ....( หมายถึงเสียงกรนของใครบางคน) เสียงดังมากจนนอนต่อไม่ได้แล้ว เนี้ยผมตื่นมาตั้งนานแล้วหละ ถ้างัยเจอกันข้างล่างนะ” หลังจากทานอาหารเช้าริมหาดทรายขาว ที่เงียบสงบแล้ว ( เพื่อนบางคนห่วงนอนก็เลยอดอาหารเช้าที่แสนอร่อยไปเลย อิอิ....) เราก็เก็บของเช็คเอาท์เพื่อออกเดินทางไปท่องเที่ยวกันต่อ ................เช้านี้คุณโทมัส พามาดูบ้านควาญช้าง ......ที่บ้านควาญช้างจะมีช้างอยู่ประมาณ 10 เชือก แต่ละเชือกชื่อของเค้ามีชื่อเรียกด้วยนะจะบอกให้ ชื่อก็แสนจะน่ารัก น้องจินตหรา น้องซันช่าย และก้อ....น้องเชอร์รี่ เชือกเนี้ยสำคัญ เนื่องจากว่าเพื่อนเราบางคนได้สิทธิพิเศษ รับโอกาสทอง....พาช้างไปอาบน้ำด้วย ..มันเป็นกิจกรรมที่น่าตื่นตามตื่นใจมากโดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะจากการสังเกตุพบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติ ทุกคนจะให้ความสนใจกับกิจกรรมนี้เป็นอย่างมาก และที่สำคัญเค้ายอมจ่ายค่าเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ต่อหัวละ 1,900 บาทเลย ในขระที่พวกเรา........ไม่ต้องเสียสักกะบาทเดียวเนื่องจากมิตรภาพและความรักที่ยิ่งใหญ่ของคุณ โทมัส สุธี และชาวควาญช้างทุกคน การมาเยือนบ้านควาญช้างครั้งนี้นอกจากจะเป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ของตัวเราเองและเพื่อนๆ ที่ได้สัมผัสกับความน่ารักของช้าง และคนเลี้ยงช้างในเกาะช้างอย่างใกล้ชิดแล้ว ที่สำคัญไม่น่าเชื่อว่า ..........ช้าง...จะขี่ช้างได้ ฮา ฮา ฮา...................ฮั่นแน่คงไม่มีใครเคยเห็นแน่ๆ นอกเสียจาก....ลูกทัวร์บ้านต้นไม้ อิอิอิอิอิอิ หลังจากที่ช้างพาช้างไปอาบน้ำแล้ว ....เฮ้ยไม่ใช่สิ หลังจากที่ได้ดูการพาช้างไปอาบน้ำแล้ว พวกเราก็เดินทางต่อเพื่อไปดูป่าโกงกาง .......มันจะกางมันจะโกงมากแค่ไหนกันน้า ........... คุณโทมัสพาพวกเรามาที่สลักคอก ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆๆ น่ารักๆ และพาเราลงเรือออกลัดเลาะไปดูป่าโกงกาง ขับเรือไปได้สักระยะ ก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น ...เรือ มีปัญหา ใบพัดไม่หมุนเสียอย่างนั้น ...ว่าแล้วพวกเราจะทำอย่างไรดี....ด้วยความที่กลัวว่าพวกเราจะเครียด สุธีก็พยายามที่จะร้องเพลง ( ซึ่งโบราณมากๆๆ ) ให้พวกเราฟัง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเลยเปลี่ยนมาเล่าประสบการณ์ชีวิตให้ฟังแทน หลังจากนั่งโคลงเคลงกันอยู่สักพัก.....เรือม้าขาวก็มาช่วยเรา เป็นเรือของชาวประมงในหมู่บ้านสลักคอกที่โทมัสโทรไปขอความช่วยเหลือนั่นเอง............. กลับถึงหมู่บ้านสลักคอกได้หลายคนหมดเรี่ยวแรงเพราะหิวข้าวมาก โดยเฉพาะต้นกับแจง เพราะไม่ตื่นมากินข้าวเช้าที่แสนอร่อยกับพวกเรา ...... ขึ้นเรือมาได้อาหารก็พร้อมแล้วพวกเราก็ไม่มัวชักช้าเสียเวลาจัดการเสียเรียบร้อย...........เนื่องจากต้องแข่งกับเวลาที่จะต้องไปขึ้นเรือเฟอร์รี่ให้ทัน บ่าย 3.45 ด้วยจึงทำให้ทุกคนรีบมากๆ .....แต่ถึงรีบอย่างไรนะก็มีใครบ้างคนเดินช้ามากเวลาบอกให้ขึ้นรถเพื่อออกเดินทางไปขึ้นเรือต่อ .....ดูเหมือนจะไม่อยากกลับมาสู่โลกแห่งการทำงานและการดำเนินชีวิตในชีวติประจำวันหละสิ ................... แล้วเราก็มาถึงท่าเรือเฟอร์รี่ทันเวลา พวกเราไม่รอช้ารีบขนของลงจากรถโทมัสและก็แอบถ่ายภาพหมู่ก่อนกลับซักภาพ 2 ภาพไว้เป็นที่ระลึก ก่อนที่จะจากลามา....ก็อดที่จะขอบคุณผู้นำทางไม่ได้ คุณ โทมัส และน้อง สาลี ที่ดูแลนำพาพวกเราเที่ยวอย่างสนุกสนาน เรือเฟอร์รี่ยังไม่ทันเทียบถึงฝั่งอ่าวธรรมชาติ สุธี ก็รีบลงมารอเทียบท่าเพื่อที่จะวิ่งแข่ง 500 เมตรไปรับตั๋วรถทัวร์ ให้พวกเราแล้ว ในขณะที่คุณสาวๆ ก็ ยังเดินกินลมชมวิวอย่างสนุกสนาน เมื่อเรือเทียบท่ารถที่จะพาพวกเรากลับกรุงเทพก็รออยู่แล้ว ผู้คนในรถต่างหันมามองเราไปสายตาเดียวก็แหม ......ความจริงรถต้องออก 16.00 น. แต่ ว่าต้องรอเราอะสิ ทำให้รถออกช้าไปเลย........ ขึ้นรถได้ทุกคนก็เริ่มเข้าชาญ ....ปลีกวิเวกไปสู่โลกแห่งความฝัน...........(มีคนบางคนบอกว่า ไม่หรอก ยังไม่หลับหรอก..แต่ที่ไหนได้ รถยังออกไม่พ้นจังหวัดตราดเลยก็หลับเสียแล้ว ...บางคนก็นอนไม่มีความสุขเพราะจะมีคนมาคอยสะกิดอยู่เสมอเนื่องจากขับกล่อมเสียงเพลง( ที่เค้าไม่อยากฟัง) ให้คนทั้งรถฟัง ) เวลา 3 ทุ่มกว่าๆ พวกเราก็ถึงเอกมัย.....แต่ละคนก็ เหน็จเหนื่อยตามๆกัน เราแยกย้ายกันกลับบ้าน แต่ก็อิจฉาบางคนที่ได้ไปลอยกระทง....กับคนที่รัก ( ทั้งเพื่อนและแฟน) อิจฉาจริงๆๆ ไม่รู้ว่าจะอธิฐานเผื่อเราหรือเปล่าน้า...................... เห็นใหม ....หละว่าการเดินทางแต่ละครั้งมันมีอะไรให้เราจดจำตั้งมากมาย แม้ว่าเราจะเดินทางมาในที่เดิมๆๆ แต่ก็ยังมีสิ่งใหม่ๆ ให้เราค้นหาอยู่เสมอ ก็เหมือนกับชีวิตเรานั่นหละ แม้ว่าจะต้องทำอะไรเดิมๆ ครบกับคนเดิมๆๆ อยู่กับสิ่งแวดล้อมเดิมๆๆ แต่ถ้าเราเปิดมุมมองใหม่เราจะได้พบว่าในความเดิมๆ นั้นจะมีความแปลกใหม่รอให้เราค้นหาเสมอ...ขอให้สนุกกับการมองโลกมุมใหม่แม้จะเป็นในที่เดิมนะจ๊ะ......... *** ปล..... อย่างไรเสียก็อย่าลืมข้อตกลงของเราที่จะไปค้นหาสิ่งใหม่ๆ ในที่ใหม่ๆ ด้วยกันนะ ขอบคุณเพื่อนร่วมทางทุกคนที่สร้างสิ่งดีๆ ที่น่าจดจำให้กับชีวิต...........................
เกาะช้างในอดีตของฉันอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศไทยรองจากเกาะภูเก็ตและเกาะสมุย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของแหลมงอบ จังหวัดตราด เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 45 ของประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่ในท้องที่ตำบลเกาะช้าง กิ่งอำเภอเกาะช้าง และตำบลเกาะหมาก กิ่งอำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด พื้นที่ประมาณ 650 ตารางกิโลเมตร หรือ 406,250 ไร่ ประกอบด้วย เกาะใหญ่น้อยอยู่ทางฝั่งทะเลอ่าวไทยกว่า 40 เกาะ วางเรียงตัวเรียงรายเป็นรูปยาวรีคู่ขนานไปกับชายฝั่งทะเลจังหวัดตราด เช่น เกาะช้างน้อย เกาะคลุ้ม เกาะหวาย เกาะเหลายา เกาะไม้ซี้ เกาะรัง การเดินทางท่องเที่ยวเกาะช้างในครั้งนี้ ช่างแตกต่างจาก 6 – 7 ครั้งที่ผ่านมา จำได้ว่าครั้งแรกที่เดินทางมาท่องเที่ยวเกาะช้าง มากับครอบครัว ก็จะมีพี่สาว น้องชาย และลูกพี่ลูกน้องที่ขนกันไปแบบไม่รู้ทิศรู้ทางเนื่องจากแต่กละคนก็ไม่เคยไป แต่เมื่อรวบตัวได้เราก็ตัดสินใจไป การเดินทางครั้งนั้น มันช่างลำบากลำบนมากเนื่องจากเราไปข้ามเรือไปเกาะด้วยเรือเหมาลำ แบบเรื่องประมง งานนั้นก็เล่นเอาพี่สาวเราแทบแย่เหมือนกัน แม้การเดินทางในครั้งนั้นจะยากลำบาก แต่เราทุกคนก็สนุกสนาน ............. แม้ว่าจะไม่ได้ไปดำน้ำก็ตาม ..........แต่เราก็ชื่นชมกับบรรยากาศริมหาดคลองพร้าวได้อย่างเต็มอิ่มเลย ครั้งที่ 2-6 ที่ ผ่านมา การเดินทางค่อนข้างจะสะดวกสบายมากกว่า เพราะรู้อะไรเพิ่มขึ้น มีการเตรียมตัวดีขึ้น ค้นหาข้อมูลมากขึ้น สมาชิกที่ร่วมเดินทางด้วยก็เป็นเพื่อน ๆๆ และพี่ๆๆ คนรู้จัก หมุนเวียนกันไป โดยเฉพาะครั้งที่ 4- 6 ต้องทำหน้าที่รับรองแขกของคุณ สัญญา (อ้วน) ( เมื่อก่อนคุณสัญญา ทำงานที่อบจ.ตราด) ที่เป็นเพื่อนที่ทำงานเดิมเราจึงเป็นเหมือนผู้เชียวชายพิเศษของเกาะ ที่ต้องรับหน้าที่พาเที่ยว เอาเรือออกไปดำน้ำ ......(เราไปดำน้ำที่เกาะหวาย เกาะเหลายา เกาะทรายขาว ) .....จัดหาอาหารและที่พัก ........ซึ่งทุกคนก็ปลื้มใจและชื่นชอบกับการเดินทางครั้งนี้มาก เช่นเดียวกับการเดินทางครั้งที่ 7 ครั้งนี้พาครอบครัวไปอีกครั้ง คราวเนี้ย พ่อร่วมไปด้วย แต่น่าเสียดายที่แม่ ไม่สามารถไปได้เนื่องจากป้าป่วยต้องไปดูแล อันที่จริงทิพเนี้ยเราก็ไม่แค่พอใจเท่าไรเนื่องจากตั้งใจจัดขึ้นเพื่อพ่อกับแม่ อยากให้เค้าได้พักผ่อน แต่เค้าก็ไปไม่ได้ ..................การเดินทางครั้งนี้ขรุขระมากในช่วงที่รอเรือกลับ เพราะเป็นช่วงเทศกาล รถขึ้นเรือเยอะมาก ทำให้เราต้องเดินทางกลับล่าช้าออกไป ...........................แต่ด้วยความสวยงามของท้องทะเล ก็ทำให้ทุกคนเก็บความประทับใจกลับบ้านไป เมื่อเรื่องตลกเล่าให้ฟัง พี่สาวเราคนหนึ่งกลัวน้ำมากๆ ครั้งหนึ่งไปเที่ยวสามร้อยยอดกัน พวกพี่ๆ เรา และน้องเราก็ จะนั่งเรือข้ามไป ขี้เกียจเดิน แต่เค้ากลัวไม่ยอมนั่งเลย ก็เลยตัดสินใจเดินไป สุดท้ายตอนกลับก็ต้องนั่งเรือกลับแบบกลัวๆๆ ฮาๆๆๆๆๆๆ แต่เชื่อใหม? พอมาทะเลครั้งนี้เค้าสนุกสนานกับการเล่นน้ำมากๆๆเลย
11月9日 เกาะช้างในมุมใหม่ .......กับมิตรภาพที่ประทับใจ....ไม่ลืม ( ตอนที่ 1 )เมื่อวันที่ 3-5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก็ได้มีโอกาสเดินทางมาท่องเที่ยวที่เกาะช้างอีกครั้งซึ่ง ครั้งนี้แตกต่างจากทุกครั้งมากๆๆๆๆๆๆ ทั้งเพื่อนผู้ร่วมเดินทางและคนนำทางเรารู้สึกว่าครั้งนี้เราได้เป็นคนเที่ยวจริงๆๆ ไม่ได้เป็นคนที่พาเที่ยว เรามีคนนำเที่ยวที่สมบูรณ์แบบมากๆ เราออกเดินทางกันที่ขนส่งเอกมัย เวลา 11.30 น. มีสมาชิกผู้ร่วมเดินทาง ทั้งหมด 7 คน ไปถึงตราดก็ประมาณ ตี 4 .30 น. เกือบๆ ตี 5 แล้ว พวกเราได้แปรงฟัน ล้างหน้า ท่ามกลางความงัวเงีย เมาขี้ตา ที่บขส. ตราด เนี้ยดีนะ หากเค้ามีห้องอาบน้ำก็จะอาบน้ำแล้วหละ อิอิ.. จากนั้นเราก็ไปหากาแฟกิน และรอรถมารับไปท่าเรืออ่าวธรรมชาติ ทันที่มีเรือเฟอร์รี่เคลื่อนตัวออกจากท่าเราก็เริ่มขุดคุ้ย สะเบียงชั้นเลิศออกมาหม่ำ มันไม่ใช้หูฉลามน้ำแดงนะ แต่มันอร่อยกว่านั้น ..............และเป็นอาหารดังด้วยนะ ....ข้าวเหนียวหมูปิ้งงัย กินอิ่มแล้ว ใครว่านอนหลับ ...เปล่าเลย ..สมาชิกทัวร์บ้านต้นไม้ของเราก็เริ่มอยู่ไม่สุขเสียแล้ว เนื่องจากความสวยงามของท้องทะเลมันช่างดึงดูดตาดูดใจเสียเหลือเกิน เสียบชัตเตอร์ กดกันแทบไม่ขาดช่วง .....ตั้งแต่อยู่ในทะเลจนกระทั้งเรอเฟอร์รี่เทียบท่าเกาะช้าง เพื่อนสุธี (โทมัส) มารอคอยรับพวกเราอยู่แล้ว จากนั้นเราก็เข้าที่พักเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าและออกทะเลอีกครั้ง .........................คราวนี้มันเป็นการดำน้ำในเกาะที่เรายังไม่เคยไปก็จะรู้สึกว่าตื่นเต้นเป็นพิเศษ วันนี้เราไปกันที่เกาะนก เกาะยักษ์ เกาะทองหลาง ดำน้ำกัน 3 เกาะเลย แต่ละเกาะก็มีความสวยงามต่างกันอยู่นะ แม้ว่าจะเป็นทะเล หรือว่าโลกใต้ท้องทะเลก็เถอะ ที่เกาะนกเป็นที่แรกที่พวกเราได้ลงน้ำ บางคนก็อาจจะไม่เคยดำน้ำ ไกด์จะเป็นของเราก็เลยทำการอธิบายวิธีการใช้หน้ากากเป็นการใหญ่ หลังจากนั้นเราก็ก้าวเข้าสู่โลกอีกมุมหนึ่งที่สวยงามของสรรพสิ่งมีชีวิตที่แหวกว่ายไปมาอยู่ใต้ท้องทะเล ที่เกาะเนี้ย พอเราลงน้ำได้ก็ว่ายลิ่วๆ ไปเลย โดยไม่ได้เหลี่ยวหลังมามองดูเพื่อนเลย อาจจะเป็นเพราะความสวยงามที่มาจูงใจเราให้ทำแบบนั้น ไม่รู้เหมือนกันว่าเอาเรียวแรงมากจากได้ ดำผุด ดำว่าย.....คุยกะปลาการ์ตูน ปลานกแก้ว ปลาเสือ ปิงทะเล และประการังเขากวาง ได้อย่างสนุกสนาน ไม่รู้จักเหน็จเหนื่อย..... ( รู้สึกแย่จัง ..ที่ลืมไปว่าเพื่อนบางคนก็ยังว่ายน้ำไม่แข็ง บางคนก็หมดแรงเพราะใจบุญให้อาหารปลาเยอะ.....) จากเกาะนกสู่เกาะยักษ์ ครั้งนี้เราลงน้ำเกือบเป็นครั้งคนสุดท้าย ว่ายไปสักพักเริ่มมองหาตัวช่วย หันไปข้างๆ มองเห็นเพื่อนคนหนึ่งกำลังว่ายมาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมทุ่น ชูชีพ เราตัดสินใจอย่างรวดเร็วพยายามว่ายเข้าไปไกลเพื่อนคนนั้นมากที่สุดแล้วก็ยึดทุ่นไว้จากนั้น การดำน้ำของเราก็ไม่ต้องเหน็จเหนื่อยอีกต่อไป เพราะเรามีตัวช่วย 555555 ( เนี้ยหละผลของการไม่ออกกำลังกาย ทำให้เหนื่อยง่าย......ข้อแนะนำใครจะไปเที่ยวไหนก็ออกกำลังกายไว้บ้างนะจ๊ะ) หลังจากดำน้ำกันแล้วเราก็แวะกินข้างกลางวันที่เกาะหวาย ขอบอกว่าทะเลสวยมากๆๆ สงบ บนเกาะเนี้ยไม่มีไฟฟ้านะ แต่ฝรั่งชอบมาก ก็แหมสวยอย่างเนี้ยเป็นใครๆก็ชอบ พวกเราสนุกสนานกับการดำน้ำดูปลา ดูปะการังมาก...เพื่อนเราบางคนใจดี มักจะแวะให้อาหารปลาเป็นระยะๆๆ เลย ( น่ารักแล้วใจยังดีอีกด้วย นะ.......ใครสนใจยกมือขึ้น ) ฮา ฮา ........
กินข้าวอิ่มได้มีเวลาเดินเล่นริมหาดถ่ายรูปได้สักพัก เราก็ลงเรือเพื่อจะเดินทางไปที่หมู่บ้านบางเบ้า ซึ่งเป็นหมู่บ้านประมงที่น่าสนใจ บ้านพักอาศัยปลูกโดยปักเสาลงในทะเล มีสะพานเชื่อมติดต่อกันโดยตลอด ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพประมงดักปลาหมึก นอกจากนี้ที่นี่ยังมีบังกะโลที่พักแบบบ่นน้ำและเป็นแหล่งรวมของเรือสำหรับเช่าไปดำน้ำดูปะการังใต้น้ำด้วย นักท่องเที่ยวนิยมมาทานอาหารทะเลสดๆ ราคาถูกที่นี่ นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นจุดที่อยู่ปลายสุดของเกาะช้างที่เต็มไปด้วยวิถีชีวิตด้วย จากบางเบ้าเราก็กลับเข้าสู่ที่พัก อาบน้ำ รอเวลาอาหารเย็น ค่ำคืนนี้เราจะไปกินปู ๆๆๆๆๆ ฮา ฮา... น่าเสียดายที่บางคนไม่กินปุ ก็เลยต้องกินกุ้ง และ ปลาหมึกแทน อาหารค่ำของเราวันนี้เรียกว่าเป็นดินเนอร์ ใต้แสงเทียง แสงจันทร์ ในวันใกล้ลอยกระทงที่สวยงาม ริมหาดทรายและท้องทะเล โห ๆๆ แค่เนี้ยก็โรแมนติคสุดๆๆแล้ว (ใครไม่ได้ไปก็ไม่ต้องอิจฉาหละ เพราะเราชวนคุณแล้ว อิอิ .....เลยพลาดโอกาสสำคัญซะงัน ) ชื่นชมกับแสงจันทร์กันแล้วก็ไปนั่งฟังเพลงท่ามกลางฝรั่งกันต่อ อันที่จริงใครบางคน ตั้งใจไปดูฝรั่งเค้า...........หรือเปล่าก็ไม่รู้ เห็นจ้องเอาจ้องเอา แถมยังแอบมาสะกิดให้เราดูอีก แหมๆๆเด็กพวกเนี้ย .....มาทำให้เราใจแตกหมด 55555 คืนนี้ใครบางคนหลับฝันดีกว่าเพื่อนเป็นแน่ ..... ก็แหมคุณเธอดิงล์ เสียเต็มที่เลย ( ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะเห็นมากะตา) แบบเนี้ยมีหวังหลับยาวถึงเช้าแน่เลย .............. |
|
|