อนุรักษ์ 的个人资料:)v;**pooa_rumc3's space照片日志列表 工具 帮助

日志


10月29日

วงเดือน…..วง (มิตรผู้รู้ใจ) .....แอบไปพักผ่อน

 

 

เมื่อเดือนที่ผ่านมาได้แอบไปคลายความเครียด....และความเหน็จเหนื่อยหลังจากที่ตรากตรำ  ทำวิทยานิพนธ์อย่างมุ่งมั่นและทรหดกันมากับเพื่อน ๆ  mc   3  ผู้ที่ร่วมผ่าฝันอุปสรรคมาด้วยกัน 

 trip  นี้เราเตรียมตัวกันไม่นานนัก เพียงแค่เพื่อน คนหนึ่งเอ่ยปากบอกว่าอยากไปทะเล  พวกเราก็สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างรวดเร็วปานกะว่า น้ำตาลกำลังจะงวดได้ที่กลายเป็นน้ำตาลปี๋บก็ไม่ปาน( เกี่ยวไรกันเนี้ย ..งง เปล่า )  ที่บอกว่าเช่นนั้นก็เพราะพอสิ้นเสียงเพื่อนคนนั้นเราก็เสนอชื่อแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลหลายๆ  แต่ดูเหมือนอะไรดลใจก็ไม่รู้มันมาลงตัวที่นี่....เสม็ด ........

เรานัดกันเวลา 4.30 น. ที่เอกมัยเพื่อเดินทางให้ทันรถเที่ยวแรก       ประมาณ แปดโมงครึ่งพวกเราก็มาถึงท่าเรือบ้านเพ   และลงเรือต่อที่ท่าเรือนวลทิพย์     การเดินทางมาเสม็ด......สะดวกมากและที่สำคัญไม่วุ่นวายด้วย

วันนี้ผู้คนที่เดินทางไปยังเกาะมากนักอาจจะเป็นเพราะว่า เมื่อต้นสัปดาห์ มีฝนฟ้าตกลงมาอย่างนัก  แต่มันก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความตั้งใจของพวกเราไปได้  แม้บางคนจะหวั่นไหวอยู่บ้างเล็กน้อยก็ตาม 

ขึ้นเรือจากได้เราก็ เดินมุ่งหน้าไปหาที่พัก  ซึ่งการเดินทางครั้งนี้เราไม่ได้จับจองไว้ก่อน   

โชคเหมือนเข้าข้างพวกเรามาที่ให้ฟ้าเปิด   แสงแดดเจิดจ้าเป่รงประกายสะท้อนกับความขาวใสของเมล็ดทรายหน้าหาดทำให้พวกเราอดไม่ได้ที่จะต้องหาที่หลบเข้าอาศัยร่มเงา เพราะเกรงกลัวว่าผิวที่เคยขาวผ่องจะหม่นหมองลงไปในบัดดล    

                เราเดินกันอยู่สักพักก็ตัดสินใจได้     เก็บข้าวของได้  โป๊ะครีมกันแดด เปลี่ยนองค์ทรงเครื่องใหม่    ความหิวก็เริ่มเข้าสู่มวลสารในร่างกายอีกครั้ง.....พวกเราเริ่มอยู่ไม่สุก เพราะพยาธิกำลังก่อนกวนมากๆๆ  จะต้องไปหาอะไรมาปราบให้มันนิ่งสงบเสียก่อน    สุดท้ายก็ได้ผลเพราะมันโดนฤทธิ์ของข้าวผัดสัปรดกุ้ง  ต้มยำกุ้ง  ไข่เจียวปู   และกุ้งหมึกผักผลกระหรี่ไปปราบวะเงียบสงบเลย

                เมื่อท้องอิ่มก็เริ่มมีเรี่ยวแรงออกเดินทางสำรวจเกาะเราตกลงกันว่าจะไปตามหา ร้าน 7-11 กันที่แล้วเราก็นั่งรถสองแถว  (สองแถวจริง ๆ นะ...ก็มันมีที่นั่งแค่ 2 แถวอะ) ออกไปยังหาดทรายแก้วกัน    นั่งรถขโยกขเยกมาได้สัก ครึ่งชั่วโมงเราก็มาถึงหน้าหาดทรายแก้ว     ละแล้วภารกิจในการตามหาร้าน 7-11 ก็เป็นอันว่าประสบความสำเร็จ   ยังมีเวลาเหลืออยู่บ้านเราเลยได้โอกาสช๊อปปิ้ง ซื้อโปสการ์ดมานั่งๆนอนๆทอดอารมณ์เขียนเรื่องราวบอกเล่าถึงคนที่รักหายใบเลยหละ..... (ช่วยไม่ได้มีคนรักหลายคนอะ )

                นอนทอดอารมณ์กับความงามของหาดทรายแก้วกันสักระยะ  พอแดดจะร่ม  ลมจะตกเราออกกลับหาดวงเดือนกัน    เพื่อนแยกย้ายไปเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานแต่งานนี้ขอตัวเพราะอยากจะนั่งกินลมชมวิวกะเมล็ดทรายและหนังสือเล่มโปรดมากกว่า ......

                มื้อค่ำเย็นนี้ดูจะมากมายก่ายกองกว่าปกติ    เพราะยิ่งกินกันเท่าไรมันก็ไม่หมดสักที  จนกระทั่งกินไม่ไหวแล้ว  ไหนจะพยายามกินไปนอนชมเดือน ชมตะวัน ชมทะเลไป ( มองเห็นที่ไหนอะก็มันมืดจะตาย) สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้มัน เพราะความง่วงมาเยื่อน.....และโปกมือลากุ้งปลา  และหอยเผาบนจานเพื่อไปเข้านอน  …..

          ทะเลยามเช้าดู  นิ่ง    เงียบสงบ....มากที่เดี่ยว   เราชื่นชมกับความสงบเงียบของท้องทะเลยามเช้าอยู่ชั่วขณะหนึ่ง     แล้วสิ่งที่แปลกประหลาดใจกับพวกเราก็ปรากฏขึ้น  พระภิกษุสงฆ์ประมาณ 5 รูป เดินเรียงแถวเพื่อรับบาตร  น่าเสียดายมากที่เราไม่ได้มีอะไรมาใส่บาตรเลย   หลังจากที่เดินเล่นถ่ายรูปกันสักพักก็กลับไปนอนเอาแรงต่อ  .....เกือบ 10 โมงกว่าเราเก็บข้าวของเตรียมเช็คเอาท์และหาอาหารกินก่อนจะทิ้งความทรงจำดีๆ ไว้ที่นี่และโบกมืออำลา  โขดหิน   น้ำใส   ทรายขาว ...ของวงเดือนไป 

                ใครว่ามาทะเลช่วงปลายฝนต้นหนาวไม่สวย ......ขอยืนยันนั่งยันเลยว่าทะเลก็ยังเป็นทะเลที่มีความสวยงามอยู่เสมอไม่ว่าจะมาฤดูไหน...เมื่อไร    และทะเลจะสวยงามแตกต่างออกไปเพราคนที่เราไปด้วยต่างหาก............

*****   ขอบคุณเพื่อนร่วมการเดินทางที่ช่วยสร้างสีสัน   และช่วยเขียนไดอารี่ชีวิตหน้านี่  ให้ไว้อย่างน่าจดจำ ......****