| อนุรักษ์ さんのプロフィール:)v;**pooa_rumc3's spaceフォトブログリスト | ヘルプ |
|
1月28日 เดินตาม.....ฝันที่เมืองปาย – แม่ฮ่องสอน (1 )ปาย ......มิใช่ปลายทาง......แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการเดินทาง เพื่อตามหาอะไรสักอย่าง.........ให้กับชีวิต...........................
ด้วยความตั้งใจที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปี49 ที่อยากจะเดินทางมาเยือนเมืองปาย...ให้ได้....จึงทำให้เกิดการเดินทางครั้งนี้ขึ้นมา หลังจากที่ล้มเหลวไปแล้วเมื่อปลายปี 49 เนื่องจากเพื่อนๆ ขาดความพร้อมทำให้เราต้องหยุดและเลื่อนการเดินทางออกไป แต่ปลายปี50 ที่ผ่านมา เราก็สามารถสมัครพรรคพวกได้จำนวนหนึ่ง จึงเริ่มเสาะแสวงหาโปรแกรมการเดินทาง....แต่ด้วยสมาชิกเรามีแต่สาวๆ การเดินทางตามฝัน...จึงต้องอาศัยผู้ที่มีความชำนาญพวกเรา 4 สาว จึงตัดสินใจติดต่อไปกับบริษัมทัวร์ และแล้วการเดินทางของเราก็ได้เริ่มขึ้นวันเย็นวันที่ 7 ธันวาคม.... พวกเราเดินทางมารวมตัวกับลูกทัวร์คนอื่นๆ ที่จุดนัดพบ...(ปั้มน้ำมันถนนวิภาวดี)ทัวร์ครั้งนี้ใช้การเดินทางด้วยรถตู้ ซึ่งคันของเราก็จะมีผู้ร่วมเดินทางทั้งหมด 8 คน หรือ 10 คนรวมคนขับรถกะคุณไกด์เมื่อสมาชิกพร้อมกันแล้วเราก็ออกเดินทาง .......แรกๆ พวกเราก็ดูเกรง ๆ เนื่องจากยังไม่คุ้นเคยกับลูกทัวร์อีก 4 คนที่เหลือ ดังนั้นเราจึงแก้ไขสถานการณ์ด้วยการนอน .......ซึ่งมันสร้างความอึดอัดให้กับพวกเราเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากผิดวิสัยปกติของคนช่างพูด...... ประมาณ ตี 4 กว่า ๆ รถก้พาเรามาถึงอ.สารภี จ.เชียงใหม่..... คุณไกด์ “ บอย” บอกเราว่าเค้าจะจอดรถที่นี่สักพักเพื่อให้คุณคนขับ “ พี่นะ” ได้นอนหลับสักเงียบ ซึ่งบรรดาลูกทัวร์ทุกคนก็เออ ออ ไปด้วยตามประสาคนง่วงนอน ก็แหมปกติเวลาเนี้ยฉันกำลังฝันดีอยู่นี่น่าอากาศแสนจะเยือกเย็นปานนั้นใครจะออกไปเดินเล่นก็ตามสบายเถอะจ้า ประมาณ 6 โมงกว่าๆ รถก็เคลื่อนขบวนอีกครั้ง เพื่อมุ่งหน้าสู่เมืองเชียงใหม่ .....เรามาพักรับประทานอาหารเช้าและแปลงร่างแปรงฟันกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งริมถนนเลียบคลองชลประทาน(เส้นตัดจากอ. แม่ริมไปพืชสวนโลกอะจ้า) เมื่ออิ่มหน่ำสำราญแล้ว พวกเราก็ได้มีโอกาสแนะนำตัวกับสมาชิกเพื่อนผู้ร่วมเดินทางอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ....ขอแนะนำให้รู้จักไปด้วยเลยแล้วกันนะจ๊ะ นอกเหนือจากพวกเรา 4 สาว (ชมพู่ ,ฝน,ก้อย และตูน)แล้วก็มีผู้ร่วมเดินทางอีก 2 คู่ คู่แรก พี่หน่องกะพี่อ้อย คู่นี้เค้าหนีลูกๆๆมาสวีทกัน ส่วนอีกคู่ก็คือพี่ยุทธกะพี่อุ๊ จ้า เมื่อรู้จักกันพอสมควรแล้วอาการเกร่งที่เคยมีก็เริ่มละลายลงไปอย่างช้าๆๆ คุณไกด์ “ บอย” บอกกับพวกเราว่าขอปรับโปรแกรมการเดินทางจากเดิมที่เราจะไปเส้น ออบหลวงก็ขอเปลี่ยนมาเดินทางไปทางเส้นแม่แตงก่อน ดังนั้น ...จุดแรกที่เราจะได้แวะเที่ยวคือ...น้ำตกหมอกฟ้า .....ซึ่งเป็นน้ำตกที่มีความสูงและมีความสวยงามอีกแห่งของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพปุย มีน้ำไหลตลอดปี เมื่อเรามาถึงที่นี่ภาพของวันวานที่มันเริ่มเลือนลางก็ปรากฎขึ้นในความทรงจำอีกครั้ง..... สภาพอากาศ บรรยากาศรอบๆ ตัวและความงดงามของน้ำตกไม่ได้แปลงเปลี่ยนไปเลยสักนิดเดียว....แต่คนที่เราร่วมเดินทางมาด้วยเท่านั้นที่เปลี่ยนไป....จำได้ว่าเมื่อก่อนเราและเพื่อนๆ สมาชิกชาวหอPYU และใครบางคนที่รักเราได้เดินทางมาที่นี่พวกเราสนุกสนานกับการถ่ายรูปตามประสาชาวนิเทศฯ กันมาก...ภาพในวันนี้ก็เช่นกันเราก็ยังคงสนุกสนานกับการถ่ายรูปอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่ขาดช่างภาพคนสำคัญคนนั้นและเพื่อนๆ กลุ่มนั้น...ไป จากน้ำตกรถพาเราเลาะเลี้ยวตามเส้นทางขอบภูเขามาเรื่อยๆ จนมาถึง “ โป่งเดือด..ป่าแป๋” เป็นน้ำพุร้อนขนาดใหญ่ มีอุณหภูมิน้ำผิวดินประมาณ 70 องศาเซสเซียล น้ำพุร้อนจะพุ่งจากใต้ดินตลอดเวลา บางครั้งพุ่งสูงถึง 2 เมตร ที่นี่มีจำนวนบ่อขนาดใหญ่อยู่ 3-4 บ่อ นอกจากนี้ก็เป็นบ่อเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วไป ดังนั้นการชื่นชมน้ำพุเริงระบำก็จะมีกลิ่นกำมะถันอ่อนๆ โชยมาแตะจมูกอยู่อย่างต่อเนื่อง ในบริเวณนี้ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติโป่งเดือดความยาวประมาณ ระยะทาง 1,550 เมตร ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมธรรมชาติที่งดงามและพรรณไม้แปลกๆด้วย ซึ่งครั้งนี้เราก็มีโอกาสได้พบกับต้นขนุนดิน ซึ่งขึ้นอยู่ตามพื้นบริเวรทางเดินเยอะแยะไปหมด ขนุนดินจะขึ้นเป็นกลุ่มๆ มีลักษณะเป็นก้อนกลม เข้าใจว่าเมื่อแก่แตกออก มาเป็นช่อสีสรรสดใสล่อแมลงได้เป็นอย่างดีทีเดียว หรือหากว่าไม่สนใจที่จะเดินชมธรรมชาติเค้าก็มีบริการอาบน้ำแร่เพื่อสุขภาพไว้บริการด้วยจ้า โป่งเดือนวันนี้ดูช่างแปลกตาไปจากวันวานของฉันเป็นอย่างมากไม่มีเรื่องราวตื่นเต้นเหมือนครั้งก่อนที่เพื่อนคนหนึ่งโดนทากกัดระหว่างเดินไปชมความงามของน้ำพุตามเส้นทางป่า เพราะเดี๋ยวนี้ทางอุทยานเค้าจัดทำทางเดินที่แสนสะดวกสบายไว้ให้บริการนักท่องเที่ยวแล้วจ้า ที่นี่พวกเราแวะเติมพลังด้วยอาหารเที่ยงของอุทยาน ก่อนที่จะไปเอาเท้าราน้ำแร่ให้สบายอุรา (เอาเท้าราน้ำน้ำจริงๆๆนะ เพราะเราไม่อยากเอาตัวไปแช่กันเนื่องจากเดือนพฤศจิกายนเราพึ่งไปแช่น้ำแร่ที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนมาแล้วอะ) บ่ายโมงกว่าๆ ก็เดินทางมาถึง “อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง” ซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติส่วนกลาง (เอื้องเงิน) และเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามมากที่สุด หากใครได้ขึ้นมาในช่วงเช้าตรู่ก็จะได้ชื่นชมกับทะเลหมอกที่มีชื่อเสียงเรื่องความงดงามมากจนเป็นที่รู้จักของชาวไทยและชาวต่างประเทศ ที่ต่างก็พยายามหาโอกาสเดินทางมาเพื่อคอยชมพระอาทิตย์ขึ้น และชมทะเลหมอกอันกว้างใหญ่ไพศาลในช่วงฤดูหนาว หากท้องฟ้าเปิดและแจ่มใสจะมีทัศนียภาพที่สวยงามของทิวเขายอดดอยเชียงดาวที่สลับซับซ้อนซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,175 เมตร เดินถ่ายรูปกับเพื่อนๆ มาสักพักก็มาหยุดอยู่ที่จุดชมวิวมองไปรอบๆ จะเห็นสภาพธรรมชาติที่สวยงาม ทิวทัศน์ของทิวเขาอันสลับซับซ้อน สภาพธรรมชาติอันสวยงามของจุดชมทิวทัศน์ในวันนี้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมในวันวานเป็นอย่างมาก.....ไม่มีภาพทะเลหมอกที่เบื้องหน้า......ไม่มีหมอกมาปกคลุมหรือบดบังการถ่ายภาพของเรา และที่สำคัญไม่มีช่างภาพคนนั้น...ที่งอนเราเพราะเราไม่ยอมถ่ายรูปกะเค้าอีกแล้ว....ภาพในวันนี้จึงมีแต่พวกเรา 4 สาวเท่านั้น ออกจากห้วยน้ำดังรถก็มุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอปาย ...จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลัดเลอะไปตามเส้นอันคดเคี้ยว หลากหลายโค้งจนทำให้เพื่อนๆเราบางคนเกิดอาการอยากคืนของเก่าออกมาเสียแล้ว ทั้งๆ ที่พวกเราก็เตรียมตัวอัดยา (เราเรียกกันว่าอัดยาจริงๆนะ ) เพราะต้องให้ยาแก้เมารถกันตลอดเวลาหลังอาหารเลยนอกจากนี้ยังใช้เทคนิคพิเศษ โดยการแป๊ะโกเอี๊ยไว้ที่สะดึอด้วยนะเพื่อป้องกันอาการเมา ......แต่ก็ยังไม่วายที่จะมีอาการเกิดขึ้นได้ ก็แหมใครๆเค้าก็ล่ำลือกันว่า โค้งแถวเนี้ยมันเหลือที่จะทนจริงๆๆ ลุ้นกับอาการอยากคืนของเก่าของเพื่อน ๆ ผู้ร่วมเดินทาง จนเหนื่อย สุดท้ายเราก็มาถึงเมืองปายในสภาพที่อ่อนระโหย โรยแรงไปตามๆกัน แต่ทันที่รถตู้มาหยุดที่วัดพระธาตุแม่เย็นสาวๆ ก็ กรุรีกรุจอขึ้นมาทำหน้าเด้งสวยเช้งทันที ทำราวกับว่าหนทางที่ผ่านมานั้นไม่ได้ส่งผลอะไรกับพวกฉันเลย เราเข้าไปไหว้พระธาตุแม่เย็นซึ่งเป็นวัดแก่เก่าคู่เมืองปายมาช้านาน และเดินชมวิวทิศน์ของเมืองปายในยามเย็นทามกลางแสงสีทองของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้าไป จากวัดพระธาตุแม่เย็นคุณไกด์บอย พาพวกเราไปต่อที่วัดพระธาตุน้ำฮูที่นี่เป็นที่ ประดิษฐานของพระอุ่นเมือง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสิงห์สาม (ศิลปะล้านนา) ปางมารวิชัยทำด้วยโลหะทองสัมฤทธิ์ ที่มีลักษณะพิเศษคือพระเศียรกลวง พระโมฬี (ผม) สามารถปิดเปิดได้และจะมีน้ำซึมออกมาอยู่ตลอดเวลา เชื่อกันว่าสร้างโดยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเป็นพระราชกุศลถวายพระพี่นางพระสุพรรณกัลยานั่นเอง นอกจากนี้ที่นี่ยังมีเจดีย์เล็ก ที่เชื่อต่อๆ กันมาว่าเป็นพระเจดีย์ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงสร้างขึ้นมาถวายพระนี่นางสุพรรณกัลยาด้วยนะ แต่ว่าอันนี้ไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์มาอ้างอิงนะจ๊ะเป็นแค่คำบอกกล่าวปากต่อปากเท่านั้น ตะวันลาลับขอฟ้าแล้ว แต่พวกเราก็ยังไม่เข้าที่พักเพราะเราจะไปเดินเที่ยวชม บ้านสันติชล ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนานขนาดใหญ่ที่อาศัยอยู่ห่างจากวัดน้ำฮูไปอีก 3 กิโลเมตร บ้านสันติชลมีของดีให้นักท่องเที่ยวชุมชนได้เรียนรู้และชมวิถีวัฒนธรรมจีนที่แปลกตา ชิมอาหารยูนนานเลิศรสที่ภัตตาคารอาหารจีนของชุมชน ภายในศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนนานบ้านสันติชลนอกจากจะโดดเด่นทางด้านวิถีวัฒนธรรมแล้ว ที่นี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกขาดใหญ่ กิจกรรมการเดินป่าศึกษาธรรมชาติอีกด้วย ที่นี่เราสามารถซื้อหา บ๊วยแห่งความรัก และความคิดถึงมาฝากคนที่เรารักและคิดถึงได้นะ ขอบอกว่าอร่อยด้วย แต่น่าเสียดายที่เราไม่ได้ซื้อ เพราะมัวแต่เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อรองเท้าที่ชาวบ้านที่เค้าทำเองขึ้นด้วยมืออยู่ก็เลยอดเลย ซ๊อปปิ้งกันได้สักพัก คุณไกด์บอยก็พาเราเข้าที่พักคือนี้เราค้างที่ปายริเวอร์ไซด์กัน หลังจากที่เข้าที่พักอาบน้ำกินข้าวเสร็จ ก็ถึงเวลาออกเริงร่าในยามราตรีแล้วหละ ที่ปายนี้มีตลาดกลางคืนไว้ให้เราได้เดินซื้อหาสินค้าพื้นเมือง ของที่ระลึก อย่างเสื้อสกรีนเมืองปาย และยังมีอาหารจำพวกน้ำสมุนไพร ร้อนๆ ไว้ให้เราดื่มแก้หนาวด้วย ที่สำคัญเราจะต้องไปหาซื้อโปสการ์ดเพื่อส่งให้เพื่อนที่รักด้วย ที่นี่มีร้านโปสการ์ดให้เราเลือกซื้อหลายร้านและเค้าก็มีบริการจัดส่งให้ด้วยนะ แต่ที่คนเยอะและขายดีที่สุดก็ร้านนี้เลย ร้านมิตรไทย (ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมใครๆก็มาซื้อแต่ร้านนี้) เรา 4 สาวเดินเลือกซื้อของฝากกันอย่างสนุกสนานและล่วงเลยเวลาไปกล่าวจะรู้ตัวว่าเลยเวลามามากแล้วก็ เมื่อเห็น คุณไกด์ บอยเดินหน้าง่ำสอดสายสายตามองหาเราอยู่นั่นเอง เฮ้ย ......ดูเหมือนการมาเยือนปายในครั้งนี้เวลามันช่างเดินเร็วเสียจัง ...เรายังทำความรู้จักกันได้ไม่มากเลย....แต่อย่างงัยเราก็รักเธอนะ ....ขอบคุณนะที่เราได้รู้จักกัน
|
|
|